Traveling

Where is collect my journey

Name:
Location: Bangkok, Thailand

I'm Thai live and working in Bangkok

Monday, July 02, 2007

ชี้แจงจาก กรมการขนส่งทางอากาศ เรื่องสถานภาพของ สายการบิน ไทยแอร์เอเชีย

จากกระทู้ในพันธ์ทิพย์ครับ http://www.pantip.com/cafe/blueplanet/topic/E5565214/E5565214.html

ชี้แจงจาก กรมการขนส่งทางอากาศ เรื่องสถานภาพของ สายการบิน ไทยแอร์เอเชีย

ฉบับที่ ๒๐ /๒๕๕๐
สถานะของสายการบินไทยแอร์เอเชียในปัจจุบัน
การเปลี่ยนแปลงโครงสร้างผู้ถือหุ้น:
ตามที่ปรากฏเป็นข่าวต่อสาธารณชนกรณี บริษัท ไทย แอร์เอเชีย จำกัด ปรับโครงสร้างการถือหุ้น โดยผู้บริหารระดับสูง จำนวน ๖ คน ได้กู้เงินจากธนาคารเครดิตสวิสมูลค่ากว่า ๑,๐๐๐ ล้านบาท เพื่อเข้าซื้อหุ้นในส่วนของบริษัท เอเชีย เอวิเอชั่น จำกัด ที่ถืออยู่ในบริษัท ไทย แอร์เอเชีย จำกัด จำนวนร้อยละ ๕๐ จากนายสิทธิชัย วีระธรรมนูญ และบริษัท ชินคอร์ป โดยบริษัท ไทย แอร์เอเชีย จำกัด และ บริษัท เอเชีย เอวิเอชั่น จำกัด ได้ดำเนินการจดทะเบียนแก้ไขเปลี่ยนแปลงโครงสร้างผู้ถือหุ้นและกรรมการของบริษัทฯ ต่อกรมพัฒนาธุรกิจการค้า กระทรวงพาณิชย์ เมื่อวันที่ ๒๑ มิถุนายน ๒๕๕๐ นั้น
หลังจากที่บริษัท ไทย แอร์เอเชีย จำกัด ได้ดำเนินการจดทะเบียนฯ ต่อ กรมพัฒนาธุรกิจการค้า กระทรวงพาณิชย์ บริษัทฯ ได้มีหนังสือแจ้งการเปลี่ยนแปลงโครงสร้างการถือหุ้นและกรรมการ พร้อมทั้งขอจดทะเบียนอากาศยานทั้ง ๑๓ ลำใหม่ ยื่นต่อกรมการขนส่งทางอากาศเมื่อวันที่ ๒๒ มิถุนายน ๒๕๕๐ กรมการขนส่งทางอากาศได้ตรวจสอบข้อเท็จจริงแล้วปรากฏว่าบริษัท ไทย แอร์เอเชีย จำกัด มีการเปลี่ยนแปลงกรรมการใหม่ ๓ คน จาก ๖ คน โดยมีนายพรอนันต์ เกิดประเสริฐ นาวาอากาศเอกธนพัฒน์ งามปลั่ง และนายปรีชญา รัศมีธานินทร์ เข้ามาเป็นกรรมการแทนนายบุญคลี ปลั่งศิริ นายอารักษ์ ชลธาร์นนท์ และนางศิริเพ็ญ สีตสุวรรณ สำหรับสัดส่วนการถือหุ้นของบริษัท ไทย แอร์เอเชีย จำกัด ไม่มีการเปลี่ยนแปลงใดๆ กล่าวคือยังคงมีบริษัท เอ เอ อินเตอร์เนชั่นแนล ลิมิเต็ด สัญชาติลาบวน (มาเลเซีย) ถือหุ้นร้อยละ ๔๙ นายทัศพล แบเลเว็ลด์ ถือหุ้นร้อยละ ๑ และบริษัท เอเชีย เอวิเอชั่น จำกัด ถือหุ้นร้อยละ ๕๐
โดยในส่วนของบริษัท เอเชีย เอวิเอชั่น จำกัด มีการเปลี่ยนแปลงโครงสร้างผู้ถือหุ้นใหม่โดยมีผู้บริหารของบริษัท ไทย แอร์เอเชียฯ ถือหุ้นอยู่ ๖ คน ประกอบด้วย นายทัศพล แบเลเว็ลด์ ร้อยละ ๕๕ นายพรอนันต์ เกิดประเสริฐ ร้อยละ ๑๐ นาวาอากาศเอกธนพัฒน์ งามปลั่ง ร้อยละ ๑๐ นายปรีชญา รัศมีธานินทร์ ร้อยละ ๑๐ ม.ล.บวรนวเทพ เทวกุล ร้อยละ ๑๐ และ นายสันติสุข คล่องใช้ยา ร้อยละ ๕ นอกจากนี้ยังมีนายคุณากร เศรษฐี ถือหุ้นจำนวน ๑ หุ้น เพื่อให้ครบจำนวน ๗ คน ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ในเรื่องการก่อตั้งนิติบุคคลประเภทบริษัทจำกัด

กรมการขนส่งทางอากาศขอเรียนให้ทราบว่าการเปลี่ยนแปลงโครงสร้างการ ถือหุ้นของบริษัท เอเชีย เอวิเอชั่น จำกัด ซึ่งเป็นผู้ถือหุ้นร้อยละ ๕๐ ของบริษัท ไทย แอร์เอเชีย จำกัด ในครั้งนี้ มิได้ทำให้เกิดผลทางกฎหมายใดๆ ที่แตกต่างจากสัดส่วนการถือหุ้นเดิม จึงมิได้มีผลให้ใบสำคัญการจดทะเบียนอากาศยานทั้ง ๑๓ ลำ เป็นอันใช้ไม่ได้แต่อย่างใด ทั้งนี้กรมการขนส่งทางอากาศได้แจ้งให้บริษัทฯ ทราบแล้วว่าบริษัทฯ ยังสามารถใช้ทะเบียนอากาศยานเดิมได้ แต่เมื่อบริษัทฯ ต้องการให้ออกใบสำคัญการจดทะเบียนอากาศยานทั้ง ๑๓ ลำ ให้ใหม่ และยินยอมจ่ายค่าธรรมเนียม กรมการขนส่งทางอากาศจึงได้ออกใบสำคัญการจดทะเบียนให้เมื่อวันที่ ๒๒ มิถุนายน ๒๕๕๐
อย่างไรก็ตาม แม้ว่าการเปลี่ยนแปลงโครงสร้างการถือหุ้นของบริษัท เอเชีย เอวิเอชั่น จำกัด จะมิได้ทำให้เกิดผลทางกฎหมายใดๆ ที่แตกต่างจากเดิม แต่ก็ทำให้โครงสร้างการถือหุ้นของบริษัท เอเชีย เอวิเอชั่น จำกัด มีความชัดเจนต่อสังคมยิ่งขึ้น กล่าวคือเป็นการเปลี่ยนแปลงจากเดิมที่มีนายสิทธิชัย วีระธรรมนูญ ถือหุ้นร้อยละ ๕๑ และบริษัทชินคอร์ป ถือหุ้นร้อยละ ๔๙ ซึ่งแม้โครงสร้างดังกล่าวจะเป็นไปตามหลักเกณฑ์ที่กำหนดเกี่ยวกับคุณสมบัติของ ผู้ขออนุญาตประกอบกิจการค้าขายในการเดินอากาศและคุณสมบัติของผู้ขอทะเบียนอากาศยานตาม พ.ร.บ.การเดินอากาศ พ.ศ. ๒๕๔๗ ซึ่งกำหนดว่าหากบริษัท ที่ได้รับอนุญาตประกอบกิจการค้าขายฯ หรือเป็นผู้ขอจดทะเบียนอากาศยานมีบริษัทอื่นถือหุ้นอยู่ บริษัทที่ถือหุ้นอยู่นั้นต้องมีบุคคลธรรมดาสัญชาติไทยถือหุ้นอยู่ไม่น้อยกว่าร้อยละ ๕๑ ก็ตาม แต่ก็ยังคงเป็นที่คลางแคลงใจต่อสังคมว่าการถือหุ้นของนายสิทธิชัย วีระธรรมนูญ จะเป็นการถือหุ้นแทน (nominee) ให้กับบริษัทชินคอร์ป หรือนิติบุคคลหรือบุคคลต่างด้าวอื่นใดหรือไม่ ซึ่งในเรื่องนี้กรมการขนส่งทางอากาศก็มิได้นิ่งนอนใจโดยได้สอบถามไปยัง กรมพัฒนาธุรกิจการค้าและขณะนี้อยู่ระหว่างการตรวจสอบของกรมพัฒนาธุกิจการค้า ตามที่ทราบกันโดยทั่วไป ซึ่งหากผลการตรวจสอบพบว่านายสิทธิชัยฯ เป็น nominee ให้กับ บริษัทชินคอร์ปฯ หรือนิติบุคคลหรือบุคคลต่างด้าวอื่น จะมีผลให้ บริษัทเอเชีย เอวิเอชั่น จำกัด (ตามโครงสร้างเดิม) มีคุณสมบัติไม่เป็นไปตามกฎหมายการเดินอากาศและหลักเกณฑ์การอนุญาตประกอบกิจการค้าขายในการเดินอากาศ และจะมีผลให้ บริษัท ไทย แอร์เอเชีย จำกัด ขาดคุณสมบัติการเป็นผู้จดทะเบียนอากาศยานและผู้ประกอบกิจการค้าขายในการเดินอากาศ ซึ่งกรมการขนส่งทางอากาศจะได้ติดตามและดำเนินการตามกฎหมายต่อไป

ความเป็นมาของบริษัท ไทย แอร์ เอเชีย และการดำเนินการของกรมการขนส่งทางอากาศ:
วันที่ ๖ พ.ย. ๒๕๔๖ บริษัท ไทย แอร์เอเชียฯ ได้รับอนุญาตประกอบกิจการค้าขายในการเดินอากาศ จากกระทรวงคมนาคม ตามประกาศของคณะปฏิวัติฉบับที่ ๕๘ (สัดส่วนผู้ถือหุ้น ไทย : ต่างด้าว เป็น ๗๐ : ๓๐)
วันที่ ๘ ธ.ค. ๒๕๔๖ บริษัท ไทย แอร์เอเชียฯ เปลี่ยนแปลงสัดส่วนผู้ถือหุ้นไทย : ต่างด้าว เป็น ๕๑ : ๔๙ (ตามหลักกณฑ์ที่ได้มีการเปลี่ยนแปลงตามอนุมัติรัฐมนตรีซึ่งสอดคล้องกับมาตรา ๓๑ แห่ง พ.ร.บ. การเดินอากาศฯ) โดยมี บริษัท ชินคอร์ป ถือร้อยละ ๕๐ นายทัศพลฯ ร้อยละ ๑ และ บริษัท เอ เอ อินเตอร์เนชั่นแนล ลิมิเต็ด ร้อยละ ๔๙
วันที่ ๒๒ ก.ย. ๒๕๔๗ บริษัท ไทยแอร์เอเชียฯ จดทะเบียนอากาศยานลำแรก และลำอื่นๆ ต่อมาจนครบ ๑๓ ลำ
วันที่ ๒๓ ม.ค. ๒๕๔๙ บริษัท ชินคอร์ป ขายหุ้นให้เทมาเส็ก
วันที่ ๑๔ ก.พ. ๒๕๔๙ บริษัท ไทยแอร์เอเชียฯ แจ้งเปลี่ยนแปลงสัดส่วนผู้ถือหุ้น โดยมี บริษัท เอเชีย เอวิเอชั่นฯ ถือร้อยละ ๕๐ (มีนายสิทธิชัย วีระธรรมนูญ ถือร้อยละ ๕๑ บริษัท ชินคอร์ป ร้อยละ ๔๙) นายทัศพลฯ ร้อยละ ๑ และบริษัท เอ เอ อินเตอร์เนชั่นแนล ลิมิเต็ด ร้อยละ ๔๙
ดังนั้น ตั้งแต่วันที่ ๑๔ ก.พ. ๒๕๔๙ บริษัท ไทย แอร์เอเชีย จำกัด มีสัดส่วนการ ถือหุ้นเป็นไปตาม พ.ร.บ.การเดินอากาศฯ และประกาศกรมการขนส่งทางอากาศ เรื่อง หลักเกณฑ์การพิจารณาคำขออนุญาตประกอบกิจการค้าขายในการเดินอากาศ
วันที่ ๒๔ ก.พ. ๒๕๔๙ กรมการขนส่งทางอากาศ มีหนังสือหารือไปยังสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกาถึงคุณสมบัติของบริษัทฯไทย แอร์เอเชียฯ ว่ายังมีความถูกต้องตามประกาศคณะปฏิวัติฉบับที่ ๕๘ และพ.ร.บ.การเดินอากาศฯ หรือไม่ จากการที่บริษัท ชินคอร์ป ขายหุ้นให้เทมาเส็ก ซึ่งสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา มีหนังสือตอบลงวันที่ ๕ ก.ย.๒๕๔๙ แยกเป็น ๒ กรณี คือ
กรณีที่ ๑ ใบสำคัญการจดทะเบียนอากาศยาน หากบริษัทฯ ขาดคุณสมบัติการเป็นผู้จดทะเบียนอากาศยาน จะมีผลให้ให้ใบสำคัญการจดทะเบียนเป็นอันใช้ไม่ได้ (สิ้นผล) ในทันที ทำให้ไม่สามารถนำอากาศยานทำการบินได้ และหากนำอากาศยานทำการบินถือเป็นการ ฝ่าฝืนมาตรา ๑๖ ซึ่งมีโทษปรับไม่เกินสี่พันบาท (ต่อเที่ยวบิน) หรือจำคุกไม่เกินหกเดือน หรือ ทั้งจำทั้งปรับ ตามมาตรา ๖๘
กรณีที่ ๒ ใบอนุญาตประกอบกิจการค้าขายในการเดินอากาศ ตามประกาศของคณะปฏิวัติ ฉบับที่ ๕๘ ซึ่งไม่มีบทบัญญัติกำหนดชัดเจนว่าสิ้นผลเมื่อใด ดังนั้น เมื่อผู้ได้รับอนุญาตมีคุณสมบัติที่เปลี่ยนแปลงไปภายหลังจากที่ได้รับใบอนุญาตแล้ว ย่อมไม่ทำให้ใบอนุญาตสิ้นผลในทันที แต่จะมีผลเมื่อมีคำสั่งเพิกถอนจากรัฐมนตรีฯ และเมื่อพิจารณาบทกำหนดโทษสำหรับการไม่ปฏิบัติตามเงื่อนไขในการอนุญาต มีเพียงโทษปรับและปรับต่อเนื่อง

ตลอดเวลาที่ยังทำการฝ่าฝืนอยู่ แสดงให้เห็นว่ากฎหมายมีวัตถุประสงค์จะให้โอกาสแก่ผู้ได้รับอนุญาตให้แก้ไขหรือปฏิบัติตามเงื่อนไขให้ถูกต้องเป็นไปตามเหลักเกณฑ์ที่กำหนดไว้ภายในระยะเวลาที่กำหนด และสามารถกลับเข้าดำเนินกิจการต่อไปได้
วันที่ ๘ พ.ค. ๒๕๔๙ กรมการขนส่งทางอากาศได้แจ้งความดำเนินคดีกับบริษัท ไทยแอร์เอเชียฯ กรณีนำอากาศยานทำการบินโดยไม่มีใบสำคัญจดทะเบียนอากาศยาน (ที่มีผลใช้ได้) อยู่กับอากาศยาน เนื่องจากบริษัทฯ ขาดคุณสมบัติตามมาตรา ๓๑ แห่ง พ.ร.บ.การเดินอากาศฯ ตั้งแต่วันที่ ๒๒ กันยายน ๒๕๔๗ ถึงวันที่ ๑๔ กุมภาพันธ์ ๒๕๔๙ อันเป็นการฝ่าฝืนมาตรา ๑๖ ซึ่งมีโทษตามที่กำหนดไว้ในมาตรา ๖๘ ซึ่งมีโทษปรับไม่เกินสี่พันบาท (ต่อเที่ยวบิน) หรือจำคุกไม่เกิน หกเดือนหรือทั้งจำทั้งปรับ ขณะนี้อยู่ในระหว่างการพิจารณาพนักงานอัยการฝ่ายคดีศาลแขวง ๑
วันที่ ๒๖ ต.ค. ๒๕๔๙ ถึงแม้ว่านับตั้งแต่วันที่ ๑๔ ก.พ. ๒๕๔๙ ซึ่งเป็นวันที่บริษัท ไทย แอร์เอเชียฯ มีการเปลี่ยนแปลงผู้ถือหุ้นและมีสัดส่วนการถือหุ้นเป็นไป พ.ร.บ.การเดินอากาศฯ และประกาศกรมการขนส่งทางอากาศ เรื่อง หลักเกณฑ์การพิจารณาคำขออนุญาตประกอบกิจการค้าขายในการเดินอากาศแล้ว เมื่อวันที่ ๒๖ ต.ค. ๒๕๔๙ กรมการขนส่งทางอากาศได้ขอให้กรมพัฒนาธุรกิจการค้าตรวจสอบข้อเท็จจริงเกี่ยวกับประเด็นการถือหุ้นแทนคนต่างด้าว (Nominee) ของบริษัท เอเชีย เอวิเอชั่นฯ ซึ่งเป็นผู้ถือหุ้นในบริษัทไทย แอร์เอเชียฯ แทนบริษัทชินคอร์ป รวมทั้งกรณีการถูกระบุว่า บริษัทเอเชีย เอวิเอชั่น จำกัด และ/หรือ นายสิทธิชัยวีระธรรมนูญ ซึ่งเป็นผู้ถือหุ้นร้อยละ ๕๑ ของบริษัท เอเชียเอวิเอชั่น จำกัด เป็นเพียงผู้ถือหุ้นแทนคนต่างด้าว และขณะนี้กรมพัฒนาธุรกิจการค้าอยู่ระหว่างการดำเนินการตรวจสอบ
หลักเกณฑ์การนับสัดส่วนหุ้นต่างด้าว:
แนวทางของกรมการขนส่งทางอากาศในการพิจารณาสัดส่วนหุ้นต่างด้าวของผู้ขอจดทะเบียนอากาศยานและผู้ขออนุญาตประกอบกิจการค้าขายในการเดินอากาศ เป็นไปในแนวทางเดียวกันกับแนวทางของ พ.ร.บ. การประกอบธุรกิจของคนต่างด้าว พ.ศ. ๒๕๔๒ กล่าวคือ จะพิจารณาจากการถือหุ้นและทุนในนิติบุคคลนั้นๆ ชั้นเดียวโดยไม่พิจารณาถึงทุนของคนต่างด้าวในนิติบุคคลอื่นๆ ที่เข้ามาร่วมลงทุน แต่นิติบุคคลอื่นที่เข้ามาร่วมลงทุนนั้นจะต้องมีบุคคลธรรมดาถือหุ้นอยู่ไม่น้อยกว่าร้อยละ ๕๑ โดยในการการพิจารณาสัดส่วนหุ้นต่างด้าวของผู้ขออนุญาตฯ กรมการขนส่งทางอากาศจะพิจารณาโดยดูจากบัญชีรายชื่อผู้ถือหุ้นของกระทรวงพาณิชย์ซึ่งถือเป็นเอกสารมหาชน โดยในบัญชีดังกล่าวจะระบุว่าผู้ถือหุ้นแต่ละรายมีสัญชาติใด และจะนำสัดส่วนของผู้ถือหุ้นมาพิจารณาว่ามีผู้ถือหุ้นสัญชาติไทยถือหุ้นอยู่ไม่น้อยกว่าร้อยละ ๕๑ หรือไม่ หากใช่ ก็จะพิจารณาลงไปอีกว่าในจำนวนผู้ถือหุ้นสัญชาติไทยนั้น หากมีบริษัทจำกัดหรือบริษัทมหาชนจำกัดถืออยู่ บริษัทนั้นมีบุคคลธรรมดาถือหุ้นอยู่ไม่น้อยกว่าร้อยละ ๕๑ ของหุ้นทั้งหมด หรือไม่ ถ้าใช่ ก็ถือว่าผู้ขออนุญาตรายนี้มีคุณสมบัติในเรื่องหุ้นถูกต้อง โดยไม่ได้ลงไปดูว่าบริษัทนั้นมีสัดส่วนหุ้นต่างด้าวอยู่เท่าไรเพื่อที่จะนำมาคิดรวมเป็นหุ้นต่างด้าวทั้งหมดของผู้ขออนุญาต

การใช้เครื่องบินสัญชาติมาเลเซียทำการบิน:
บริษัท ไทย แอร์เอเชีย จำกัด ได้รับการอนุมัติในหลักการจากกระทรวงคมนาคมให้สามารถใช้เครื่องบินสัญชาติมาเลเซียเครื่องหมายสัญชาติและทะเบียน 9M เป็นอากาศยานสำรองเป็นการชั่วคราว คราวละไม่เกิน ๓ เดือน เฉพาะกรณีเมื่ออากาศยานของบริษัทฯ ต้องเข้าตรวจเช็คหรือซ่อมแซม โดยมีเงื่อนไขว่าบริษัทต้องแจ้งให้กรมการขนส่งทางอากาศทราบล่วงหน้าก่อนเกี่ยวกับแบบและทะเบียนอากาศยานรวมทั้งวันเริ่มต้นที่จะนำมาใช้ ซึ่งในปี ๒๕๔๘ บริษัท ไทย แอร์เอเชีย จำกัด ได้ขออนุญาตใช้อากาศยานต่างประเทศเครื่องหมายสัญชาติและทะเบียน 9M ทำการบิน รวม ๕ ครั้ง และในปี ๒๕๔๙ รวม ๘ ครั้ง โดยมีระยะเวลาการใช้เฉลี่ยครั้งละประมาณ ๔-๕ วัน ทั้งนี้บริษัทการบินอื่นๆ เช่น บริษัท การบินกรุงเทพ จำกัด ก็ได้รับการอนุมัติในลักษณะนี้ด้วยเช่นกัน
***************************

http://www.aviation.go.th/What'sNew/status_airasia.pdf
ลิงค์ครับ

0 Comments:

Post a Comment

<< Home