Traveling

Where is collect my journey

Name:
Location: Bangkok, Thailand

I'm Thai live and working in Bangkok

Monday, October 22, 2007

ลาวทริป – เวียงจันทร์ตอนที่สอง ตะลอนรอบประตู มุ่งสู่ทาดหลวง หรือ ธาตุหลวง

ลาวทริป เวียงจันทร์ตอนที่สอง ตะลอนรอบประตู มุ่งสู่ทาดหลวง หรือ ธาตุหลวง

เวียงจันทร์เมืองหลวงของประเทศลาว ครั้งนี้เป็นครั้งที่สองที่ผมได้เดินทางมาเยือน และ วันนี้เป็นวันที่สองที่ผมอยู่ที่นี่ ที่มะลิน้ำพุเกสต์เฮ้าที่ผมพัก มีอาหารเช้าเลี้ยงแขกที่มาพักในตอนเช้าเสียด้วย ผมกินไข่ดาวกับขนมปังฝรั่งเศส และ ซดกาแฟครับ เช้านี้ วันอาทิตย์ที่สดใส หรือไม่สดใสดี วันหยุดครับ เมืองค่อนข้างเงียบ แต่ว่าฟ้ายังคงปิดเหมือนเดิม ไม่เหมาะกับการถ่ายรูปท้องฟ้าอย่างยิ่ง หรือศัพท์ที่นักถ่ายภาพเรียกคือว่า ฟ้าขาวครับ ถ่ายยังไงก็ไม่สวยและแต่งยากมากครับ ก่อนที่จะเริ่มเดิน เดิน และ ก็เดิน เป็นกุศโลบายในการที่จะออกกำลัง ประหยัดค่ารถ และได้สนุกไปในตัว ผมเดินรอบเมืองเวียงจันทร์มาแล้วครั้งหนึ่ง ครั้งนี้จะเดินอีกเป็นไรไป แต่อย่างที่บอก ก่อนที่จะเดินมาแนะนำเมืองเวียงจันทร์กันหน่อยดีกว่า ผมได้ข้อมูลนี้มาจาก วิกีพีเดียครับ (http://th.wikipedia.org/wiki)

เวียงจันทน์ เป็นเมืองหลวงของประเทศสาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว อยู่ในลุ่มแม่น้ำโขง ในพิกัด 17°58' เหนือ, 102°36' ตะวันออก (17.9667, 102.6) ประชากรในตัวเมืองมีประมาณ 200,000 คน (ค.ศ. 2005) แต่ประชากรทั้งหมด ที่อาศัยในกำแพงนครเวียงจันทน์ เชื่อว่ามีอยู่ถึงกว่า 730,000 คน

ประวัติศาสตร์

พระเจ้าไชยเชษฐาธิราช ทรงสถาปนาเวียงจันทน์ขึ้นเป็นราชธานีของอาณาจักรล้านช้าง เมื่อ พ.ศ. 2103 ครั้นเมื่อล้านช้างเสื่อมอำนาจลง ในปี พ.ศ. 2250 เวียงจันทน์กลายเป็นอาณาจักรอิสระ เรียกว่า อาณาจักรล้านช้างเวียงจันทน์ จนกระทั่งถึงปี พ.ศ. 2322 เจ้าพระยาจักรีของไทย (ในสมัยกรุงธนบุรี) ยกทัพมาปราบดินแดนลาวทั้งหมด อาณาจักรเวียงจันทน์ตกเป็นประเทศราชของไทยนับตั้งแต่นั้นมา

พ.ศ. 2369 เจ้าอนุวงศ์ กษัตริย์แห่งเวียงจันทน์องค์สุดท้ายพยายามรวบรวมกำลังเพื่อก่อการกบฏและกู้ชาติจากไทย รัฐบาลไทยจึงส่งกองทัพยกขึ้นมาปราบปรามเมืองเวียงจันทน์ และจับเจ้าอนุวงศ์ไปลงโทษที่กรุงเทพ ส่วนเมืองเวียงจันทน์นั้นถูกทำลายย่อยยับ เหลือรอดเพียงแต่พระอารามสำคัญไม่กี่แห่ง เช่น หอพระแก้ว วัดสีสะเกด เท่านั้น

ประตูไซย สัญลักษณ์แห่งชัยชนะจากฝรั่งเศส

พ.ศ. 2436 ดินแดนลาวตกอยู่ภายใต้การปกครองของฝรั่งเศส เวียงจันทน์ถูกกำหนดให้เป็นศูนย์กลางการบริหารการปกครองของลาวในอาณัติของฝรั่งเศสในปี พ.ศ. 2442 ต่อมาเมื่อประเทศลาวประกาศเอกราชจากฝรั่งเศส ก็ได้กำหนดให้กรุงเวียงจันทน์เป็นเมืองหลวงของลาวสืบต่อมาจนถึงทุกวันนี้

การปกครอง

เวียงจันทน์อยู่ในแขวงนครหลวงเวียงจันทน์ และเป็นเมืองหลวงของแขวงนี้ด้วย โดยมีเมืองต่างๆ ดังนี้

* จันทะบูลี

* สีโคดตะบอง

* ไซเสดถา

* สีสัดตะนาก

* หาดซายฟอง

ภูมิศาสตร์

เวียงจันทน์อยู่ในช่วงโค้งของแม่น้ำโขง ซึ่งเป็นแนวกั้นระหว่างประเทศไทยและลาว (ตรงข้ามกับจังหวัดหนองคายของไทย)

นี่ยังไม่ได้ย่างก้าวออกจากเกสต์เฮ้าเลยนะนี่ วันนี้แบกกล้องเดินออกจากเกสต์เฮ้า ออกมาเลี้ยวซ้าย ว่าจะไปดูศูนย์วัฒนธรรมลาวครับ สวยงามใช่หยอกครับ

หลังจากนั้นก็เดินออกกำลัง เดินไปเรื่อยๆครับ ผ่านหน้าพิพิธภัณฑ์ซึ่งอยู่ตรงข้ามศูนย์วัฒนธรรม แต่ว่าตอนนี้ยังไม่เปิดครับ เดินกลับมาผ่าน ลาวพลาซ่าโรงแรมหรูของเมืองเวียงจันทร์ ผ่านร้านขาไวท์แต่ว่าไม่อยากเข้าไปครับกลัวอดใจไม่ไหว เดินมาเจอถนนลานช้างครับ ตรงนีจะเป็นธนาคารครับ Siam Commercial Bank ในเมืองเวียงจันทร์นี้มีธนาคารไทยเกือบทุกเจ้าเลยครับ แต่เนื่องจากวันนี้เป็นวันอาทิตย์ ก็ปิดไปตามระเบียบ

เดินมาได้สักพัก ก็เห็น ประตูไชย ตั้งตระหง่านอยู่เบื้องหน้า ประตูไชยนี้สร้างจากซีเมนต์ที่เหลือจากที่สร้างสนามบินวัดไตครับ สร้างในรูปแบบฝรั่งเศสแต่ว่าผสมศิลปะลาวครับ เป็นวงเวียนและปัจจุบันนี้เป็นสวนสาธารณะและสถานที่พักผ่อนของคนลาวในเวียงจันทร์ครับ คนลาวในเวียงจันทร์จะมาผ่อนคลาย และเที่ยวกันที่นี่ครับ ข้างหน้าประตูไซยจะเป็นน้ำพุ และ ถัดมาอีกหน่อยครับเป็นน้ำพุเต้นระบำตามเสียงดนตรีครับ ประตูไซยสูงประมาณตึกห้าชั้นครับ สามารถขึ้นชมได้ครับ โดยเสียค่าเข้า ห้าพันกีบสำหรับชาวต่างชาติและสองพันกีบสำหรับชาวลาวครับ ข้างใต้จะเป็นลายศิลปะที่สวยงามครับ ครั้งนี้ผมไม่ได้ขึ้นไปชมเมืองบนประตูไชยแต่ว่าเดินรอบ หลายรอบ ถ่ายรูปมาหลายรูป นั่งดูคนลาว นั่งดูบรรยากาศ ผมชอบทำแบบนี้ ได้สัมผัสชีวิตคนในเมืองที่ต่างจากเมืองไทย หลังจากเดินหลายรอบ จนเหนื่อย นั่งพักได้สักพักก็เดินไปใกล้ก็เจอน้ำพุประกอบเสียงดนตรี ดูแล้วก็เพลินดีเหมือนกัน มีเปิดเพลงไทยด้วยล่ะ น้ำพุ่งพุ่งขึ้นลงตามจังหวะดนตรี

จากประตูไชยไปธาตุหลวงประมาณหนึ่งกิโลครับ มองเห็นได้ไกลๆ ตามถนนทาดหลวง ผมเดินครับ เดินไปเรื่อย ชมสองข้างทาง ผ่านสำนักงานราชการต่างๆ ผ่านสถานทูตสิงคโปร์ สถานทูตไทย เพลินตาดีครับ แป๊บเดียวก็ถึงแล้วครับ ธาตุหลวง อีกหนึ่งแลนด์มาร์คของเมืองเวียงจันทร์ ธาตุหลวงที่คนลาวเคารพนับถือ ด้านหน้าของธาตุหลวง หรือ ธาตุหลวง ผู้สร้าง คือ พระเจ้าจันทบุรีประสิทธิศักดิ์ รายละเอียดเกี่ยวกับธาตุหลวงสามารถดูได้จาก http://th.wikipedia.org/wiki/พระธาตุหลวง ซึ่งมีรายละเอียดแบบละเอียดให้เด็กเอาไปทำรายงานส่งอาจารย์ได้เลย

ธาตุหลวง เป็นพระธาตุทรงเดียวกับธาตุพนม แต่เป็นสีทองเหลืองอร่าม สำหรับชาวต่างชาติรวมทั้งคนไทยต้องเสียค่าเข้า 5000 กีบ หรือประมาณ 20 บาทครับ แต่สำหรับคนลาวเสีย 2000 กีบครับ เป็นค่าบำรุงสถานที่ครับ เค้าจะได้บูรณะไว้ให้เราได้ดูกันนานๆครับ บรรยากาศโดยรอบเงียบสงบดีครับ เป็นสถานที่ศักดิ์สิทธิ์ เลยไม่พลุกพล่านและเสียงดังเหมือนหลายๆที่ ผมเดินไปไหว้พระเรียบร้อยแล้วก็เดินถ่ายรูปรอบๆ ฝนก็ทำท่าว่าจะตกลงมาให้ได้ แต่น่าแปลกที่ผมมาที่นี่ครั้งนี้เป็นครั้งที่สองแล้ว แต่มาทีได้ฝนตกทุกทีเลย ออกจากธาตุหลวงมาแล้วก็เจอวิหารสร้างใหม่ แต่ไม่ได้เข้าไปดูหรอกเนื่องจากกลัวฝนตกแล้วต้องเดินตากฝนอย่างเช่นที่เคยมา ขากลับเดินไปไปทางข้างหลัง ธาตุหลวงเนื่องจากว่าจะไปลาวไอเทคตามแปนที่ แต่เดินไปได้สักหน่อยก็คิดว่ามาผิดทางแน่ๆเลยเดินกลับครับ กลับไปทางตลาดเช้า เดินไปเรื่อย เหนื่อยเอาเรื่องเหมือนกัน สรุปกลับมาเกสต์เฮ้าตอนบ่ายกว่าๆ หลับเป็นตายไปเลย

ตื่นมาตอนเย็นก็ติดต่อเรื่องรถที่จะไปวังเวียง สรุปก็ไปรถทัวร์ริสต์วีไอพีซึ่งซื้อที่เกสต์เฮ้า และมีรถมารับถึงที่เสร็จแล้วออกไปเดินเล่นริมโขง วันนี้อากาศกลับสดใส ทั้งที่ตอนบ่ายๆฟ้าครึ้มเหมือนฝนจะตก ริมโรงมีงานตั้งร้านขายของ รวมทั้งมีร้านอาหารเปิดใหม่หลายร้านตั้งอยู่ริมโขงเลย เดินไปเดินมาก็สรุปไปกินส้มตำแกล้มเบียร์ เสียไป สามสิบหกพันกีบ ก็ร้อยกว่าบาทเท่านั้นเอง วันนี้ผู้คนคึกคักเนื่องจากอากาศสดใส ผู้คนออกมานั่งกินดื่มทั้งคนลาว คนต่างชาติ หลังจากนั้นเล็งเห็นแล้วว่ากลับไปนอนดีกว่า นอนดูจูมงที่เกสต์เฮ้าและก็หลับไปในที่สุด

ติดตามต่อตอนต่อไปนะครับ

0 Comments:

Post a Comment

<< Home