Traveling

Where is collect my journey

Name:
Location: Bangkok, Thailand

I'm Thai live and working in Bangkok

Wednesday, October 24, 2007

ลาวทริป – ตอนที่สาม ออกเดินทางไปวังเวียง

ตื่นเช้าวันจันทร์ เตรียมตัวเดินทางไปวังเวียง อาบน้ำอาบท่า เก็บของลงกระเป๋าเตรียมตัวเดินทาง เก็บของลงกระเป๋าแล้วก็ลงมากินอาหารเช้าที่ทางเกสเฮ้าต์จัดเตรียมไว้ให้ ซดกาแฟร้อนกับแซนด์วิชแบบฝรั่งเศสเหนียวหน่อยแต่อร่อยดีเหมื่อนกันครับ ขึ้นไปเอากระเป๋าลงจากห้องที่อยู่ชั้นสองแล้วลงมารอที่หน้าลอบบี้ สักพักก็มีรถสามสองแถวเล็กซึ่งมารับคนจากเกสเฮ้าต์ไปส่งที่ท่ารถไปวังเวียง รถเที่ยวนี้เป็นรถทัวริสต์ วีไอพี ตามกำหนดออก 10:00 แต่กว่าจะได้ออกจริงๆก็ผ่านไปแล้วเกือบชั่วโมง ในที่สุดก็ได้ออกจากเวียงจันทร์ แต่ก่อนออกจากเมืองต้องแวะที่สถานีขนส่งสายเหนือก่อน เพื่อลงเวลาและเริ่มมันใจว่าไม่ได้เป็นรถทัวร์เถื่อนแต่อย่างใด

ออกเดินทางมุ่งสู่ทางเหนือของนครหลวงเวียงจันทร์ ระหว่างทางผ่านสนามบินวัดไต สนามบินแห่งชาติลาว มีอาคารโดยสารเดียวครับ ขนาดไม่ใหญ่ไปกว่า อาคารภายในประเทศที่ดอนเมืองเท่าไหร่ หลังจากที่ได้คุยกับคนที่นี่ สำหรับคนที่เดินทางไปต่างประเทศส่วนใหญ่แล้วต้องไปต่อที่กรุงเทพครับ ไม่ค่อยมีบินตรงจากลาวครับ แต่ว่าได้ข่าวมาว่าเดือนหน้า แอร์เอเซีย มาเลย์จะบินจาก KL ตรงมาเวียงจันทร์เลยครับ แอบอิจฉาเล็กๆ เพราะว่าไม่มีโลว์คอสบินจากกรุงเทพไปเวียงจันทร์ ต้องลงที่อุดรธานีและต่อรถข้ามฝั่งไปลาว หรือไม่ก็ต้องนั่งสายการบินลาวที่มีบินวันละเที่ยว สำหรับการบินไทย บินไปกลับกรุงเทพ เวียงจันทร์วันละเที่ยวตอนค่ำครับ ราคาค่าตั๋วประมาณ เก้าพันบาทซึ่งแพงมากครับ

มาเล่าเรื่องกันต่อแล้วกัน หลังจากที่ออกจากนครหลวงเวียงจันทร์ได้สักชั่วโมงกว่าๆ บนถนนสายเล็ก และเริ่มคดเคี้ยวยังไม่มากเท่าไหร่ เราก็แวะพักเข้าห้องน้ำกันครับ ตอนแรกก็ว่าถนนแค่นี้ก็ไม่เท่าไหร่ แต่หลังจากพักเข้าห้องน้ำซึ่งเสียค่าเข้าห้องน้ำ 1000 kip เกือบจะแอ่นเอาริมถนนเสียแล้วสิ แต่เดี๋ยวจะหาว่าไม่มีมารยาทเลยจำเป็นต้องเสียครับ ฝรั่งที่รวมคันรถกันมาก็แวะกินขนมกินน้ำและไอศครีมกัน หลังจากนั้นเราก็เริ่มออกเดินทางอีกครั้ง แต่ที่นี้ถนนหนทางก็ไม่ได้กว้างกว่าเก่าสักเท่าไหร่ แต่ว่าความคตดเที้ยวยิ่งทวีความรุนแรงเรื่อยๆ ผ่านหุบเขา ผ่านน้ำตก นั่งจนเมื่อยเกือบหลับ รถก็นำมาสู่วังเวียง รถจอดที่ ทะวิสุกรีสอร์ท คนที่นี่ก็มาเชิญให้พัก แต่ว่าผมมีที่พักในใจแล้วก็ตัดสินใจเดินออกมาจากรีสอร์ท

แต่ว่าท้องฟ้าสิ ไม่เป็นใจเสียเหลือเกิน ครึ้มตั้งแต่เริ่มมาถึงวังเวียงแล้ว เดินออกมาได้สักพักฝนก็เริ่มตกลงมา เดินมาอีกสักหน่อยเริ่มหนักขึ้นเรื่อย จนต้องหาที่พัก พอดีเจอร้านส้มตำ เลยแวะพักกินข้าวเที่ยงก่อน แต่เวลาที่ถึงนั้นก็ประมาณบ่ายสามโมงแล้วครับ วังเวียงเป็นเมืองเล็กๆริมแม่น้ำซองและหุบเขา แม่น้ำริมหน้าผาสูงและมีเมืองอยู่ฝั่งตรงข้าม มีหมอกลงเกือบทั้งวัน แม้กระทั่งตอนบ่ายสามบ่ายสี่โมงเย็นแล้ว แต่วันนี้ฝนตกหนักมาก หลังจากสั่งส้มตำกับกุนเชียงมากินกับข้าวเหนียว ที่นี่ข้าวเหนียวเค้ากระติ๊บใหญ่มากเลย แต่ว่าสงสัยหิวผมเลยซัดซะเรียบร้อย แต่ว่าฝนก็ยังไม่หยุดตกสักที รอจนอาหารย่อย อิ่มอร่อยก็เริ่มง่วง แต่ฝนก็มาหยุดตกพอดี

เดินออกจากร้านส้มตำก็เดินไปถนนริมน้ำ เดินไปตามแผนที่ มุ่งไปสู่ พูบานเกสต์เฮ้า ที่นี่อยู่ริมน้ำซอง ตรงหน้าผาเลยครับ ปรกติจะเปิดเป็นร้านอาหารด้วยแต่ว่าสงสัยช่วงนี้คนไม่เยอะครับ เค้าเลยไม่เปิดบริการ ค่าเช่าห้องที่นี่ หนึ่งคืน หนึ่งคน ที่ห้าสิบพันกีบครับ ประมาณสองร้อยบาทครับ ห้องเก่าหน่อย ห้องน้ำในตัวและพัดลงหนึ่งตัวเท่านั้นครับ ถือว่าไม่ถูกซะทีเดียว

ออกมาเดินเล่นรอบเมือง เป็นเมืองเล็กๆที่อยุ่ริมเขาและน้ำซอง กิจกรรมส่วนใหญ่เป็นการเล่นน้ำ และ เที่ยวถ้ำ แต่มาทริปนี้ผมไม่ค่อยมีอารมย์อยากเล่นน้ำเท่าไหร่ เดินกลางเมืองก็มีร้านขายของเอาใจฝรั่งเยอะแยะไปหมด เหมือนกับปายเลย แต่ว่าที่นี่เล็กกว่า และส่วนใหญ่เป็นฝรั่ง Backpacker มีบาร์ริมน้ำหลากหลาย แต่อารมย์นี้ผมเลือกที่จะไปต่อครับ ไว้ค่อยกับมาวันหลังกับการเที่ยวถ้ำ และ เล่นน้ำ ดังนั้นจึงไปจองตั๋วรถ วีไอพี ที่เกสต์เฮ้าต์ เสียไปทั้งหมด 95000 มีรถสามล้อมารับถึงเกสต์เฮ้า แต่ราคาตั๋วแพงกว่าที่ขายที่ขนส่ง 10000 ประมาณ 40 บาทกับการมีรถมารับส่ง ถือว่าพอรับได้ครับ

รุ่งเช้าหลังจากเก็บของลงกระเป๋าเรียบร้อย ผมก็ไปเดินเล่น ริมน้ำ ถ่ายรูปภูเขาตอนเช้าๆที่มีหมอกลง สวยงามดีครับ เก้าโมงครึ่ง ออกจากเกสต์เฮาครับ รถมาส่งที่ท่ารถ อยู่ริมท่าอากาศยานหรือว่าแอร์พอร์ทเก่าครับ แต่เดี๋ยวนี้ไม่ได้ใช้แล้วครับ ประมาณสิบโมงรถก็ออกเดินทางครับ ผมเวลานั่งบนรถประมาณเจ็ดชั่วโมง อยู่บนเขากว่าจะถึงจุดหมาย คือหลวงพระบาง รถแล่นบนเขาล้วนๆครับ เส้นทางที่ไม่ไกลมากแต่ว่าคดเคี้ยวที่ทำให้ใครบางคนอาจจะ โอ้กอากได้ครับ มีพักกินข้าว กับ เข้าห้องน้ำสองรอบครับ อากาศบนเขานี่ช่างเย็นดีเหลือเกินครับ ไว้ถึงหลวงพระบางแล้วมาต่อกันตอนที่สี่นะครับ

0 Comments:

Post a Comment

<< Home