Traveling

Where is collect my journey

Name:
Location: Bangkok, Thailand

I'm Thai live and working in Bangkok

Friday, May 16, 2008

เชียงใหม่ ปาย มาแล้ว

เมื่อต้นเดือนมีนาคมที่ผ่านมา ได้ไปพักผ่อนสมองที่เชียงใหม่ ทริปนี้หาได้แปลนเป็นเวลานานแต่อย่างไร อยากไปก็จองตั๋วเลย ตอนแรกจะไปกับ ทีจี แต่สรุปว่าได้นั่งน้องนกเอ็กซ์แอลไปครับ ออกจากดอนเมืองบ่ายกว่าๆ บ่ายแก่ๆก็ถึงเชียงใหม่แล้ว ไปบ่ายวันศุกร์ จองที่พักไว้ที่ในคูเมืองเลยครับงานนี้ เปิดจากในเน็ทนี่แหละ แล้วก็โทรไปจองครับ เจ็ดร้อยบาท รวมอาหารเช้าครับ โรงแรมพิงค์บุรีครับ อยู่ตรงประตูสวนดอกครับ ติดถนนอารักษ์เลยครับ เดินทางไม่ยาก นั่งรถแดงจากสนามบินมา ห้าสิบบาทแน่ะ จริงๆแล้วมันหน่อยเดียว แต่ว่าก็ให้เค้าไปเหอะ เพราะว่าเดี๋ยวเช็คอินเสร็จก็ว่าจะไปเช่ารถแถวประตูท่าแพครับ ผมไม่ค่อยชอบให้รถแดงรีดไถเท่าไหร่ จริงๆแล้วถ้าราคาสมเหตุสมผล ไม่ใช่จ้องแต่จะรีดเงินจากนักท่องเที่ยว ผมคงใช้บริการรถแดงแทนที่จะไปเช่ารถจักรยานยนต์หรือมอเตอร์ไซค์ พาหนะที่คล่องตัวที่สุดในเมืองเชียงใหม่ จริงๆแล้วครั้งนี้เป็นครั้งที่สองของปีนี้แล้วที่ผมได้มาเชียงใหม่ ตอนต้นเดือนกุมภาพันธ์ผมได้มารอบหนึ่งแล้วกับที่ทำงานเนื่องจากเรามีประชุมกันที่ เบลวิลล่า หางดงครับ ไหนจะพูดเรื่องทริปที่แล้ว เลยอยากเล่าซะหน่อยว่าเป็นอย่างไร ก่อนที่จะมาต่อในส่วนของทริปนี้

ณ.สนามบินเชียงใหม่ วันที่ 28 มกราคม 2551 ผมนั่งรอรถมารับไปรีสอร์ทที่หางดง หลังจากเครื่องไฟล์แรกของวันลง ตามที่นัดหมายไว้จะมีคนมารับแต่ว่า เค้ามารับช้า ลางไม่ดีตั้งแต่วันแรกเลย ผมต้องมาก่อนคนอื่นเพื่อมาเตรียมความเรียบร้อยในการประชุมของพนักงานทั้งบริษัท จากข้อมูลที่ได้รับมา ผมมาแค่ตรวจความเรียบร้อย เพราะว่าโรงแรมจะเตรียมไว้ แต่ปรากฏว่า ผมต้องมาจัดการ สั่งงานเองเกือบทั้งหมด แต่ในที่สุดก็ผ่านไปด้วยดี ข้ามเรื่องงานเรื่องประชุมไปเลยดีกว่า คืนสุดท้ายที่เบลวิลล่าที่หางดง เรามีปาร์ตี้กันสนุกสุดเวียง แต่ที่ผมประทับใจที่สุด คงจะเป็นเรื่องวงดนตรีพื้นเมืองที่เอาเพลงโดราเอมอนมาแปลกใส่เนื้อร้องคำเมืองที่ออกมาได้ดีมากๆ จริงๆแล้วหลังจากวันนั้นเรายังไม่ได้กลับกรุงเทพกันครับ เพราะว่าเรามีนัดที่จะไปช่วยซ่อมโรงเรียนให้ที่ อ.สะเมิงกันต่อ ไม่อยากจะเชื่อเลย อ.ใกล้ๆกับอ.เมือง แถมเป็นจังหวัดที่ใหญ่ๆอย่างเชียงใหม่ที่มีความเจริญเทียบเท่ากรุงเทพ จะยังมีโรงเรียน และ หมู่บ้านเล็กๆ ที่ต้องการความช่วยเหลืออยู่อีกมากเลยครับ หลังจากที่เราทำภาระกิจกันเป็นที่เรียบร้อย เราก็กลับมากินข้าวกันที่ร้านข้าวเม่า ข้าวฟ่าง บรรยากาศร้านดีมาก อาหารก็พอใช้ได้ครับ ไม่ถึงกับเลวร้ายอะไรเท่าไหร่ หลังจากนั้นเราก็ไปพักกันที่ holiday inn ครับ จะเห็นได้ว่าบริษัทจ่ายจะนอนห้าดาวครับ แต่ว่าถ้าจ่ายเองจะนอน เกสต์เฮ้าครับ ทริปนี้ผมวางแผนเที่ยวต่อครับ ผมเลยพักต่ออีกสองวันครับ ที่บ้ายอ้ายหล้าเกสต์เฮ้าครับ คืนละห้าร้อยบาทเท่านั้นเอง อยู่แถวสันติธรรมครับ

ผมเช่ารถมอเตอร์ไซค์โดยติดต่อที่เกสต์เฮ้า เค้าก็ใจดีจัดการมาให้ครับ วันละสองร้อยครับ เลยได้พาหนะร่อนรอบเมืองแล้วเรา กลางคืนไม่ค่อยได้ไปไหน นอกจากไปกินนมที่นิมมาณเหมินต์ กับ ไปไนท์บาซ่าครับแล้วก็กลับไปนอนครับ รุ่งขึ้นครับ ไม่รู้ไปไหนดี ก็เลยเกิดอาการเปรี้ยวครับ ขี่รถฮอนด้าเวฟ 125 สีส้ม มุ่งหน้าแม่ริมครับ ผ่านอ.แม่ริม ถึงแม่มาลัย เลี้ยวซ้าย เข้าสาย 1095 โดยจุดมุ่งหมายวันนี้คือ ปาย อ.หนึ่งในจังหวัดแม่ฮ่องสอนครับ เป็นกิ่งกลางระหว่างเชียงใหม่กับแม่ฮ่องสอนบนถนนสาย 1095 เลี้ยวมาได้สักพัก อยากกินกาแฟมากๆ เลยแวะที่ร้านกาแฟครับ จำชื่อร้านไม่ได้แล้ว อยู่ตรงปากทางเข้าน้ำตกหมอกฟ้า และลูกสาวเจ้าของร้านสวยครับ ไหนๆก็ผ่านแล้ว เลยคิดว่าแวะดูน้ำตกหน่อยก็ดีครับ เลยขี่รถเข้าไป เสียค่าธรรมเนียมคนกับยานพาหนะ แล้วก็ไปถ่ายรูปน้ำตกสวยๆครับ ใครได้ไปดูรูปใน Gallery ผมจะเห็นครับ ว่าเป็นน้ำตกที่ไม่ใหญ่มากแต่ว่าสวยงามใช้ได้เลยทีเดียว ผมไปปลายหนาว กำลังจะแล้งแล้วนะนี่ แต่ก็ยังมีสายน้ำเป็นฉ่ำน่าเล่นมาก อยากที่แก้ผ้าลงไปเล่นเลยทีเดียว แต่ถึงจะหน้าด้านยังไง และ น้ำตกตอนนั้นก็ไม่มีใครเลย เนื่องจากยางยังมีอยู่เลยไม่ได้ทำ ได้แต่ถ่ายรูปน้ำตกสวยๆ และ อยู่กับธรรมชาติพักหนึ่งก่อนออกเดินทางต่อ จำได้ว่าระหว่างทางมีแยกไปบ่อน้ำร้อน ผ่านมาหลายครั้งก็ยังไม่ได้แวะสักที ครั้งนี้แหละ แวะไปหน่อย ไหนๆก็เลือกที่จะขี่รถมาแล้ว อยากจะแวะตรงไหนก็แวะได้ ไปลองดู ถนนเล็กมาก แถมวิ่งสวนทางและ มีหลุมอยู่เป็นระยะ บางครั้งก็มีชาวบ้านมาเลี้ยงวัวด้วย คนน้อยครับ กลางธรรมชาติ มีบ้านพักของกรมป่าไม้ด้วย อยากที่จะพาแม่ มาทั้งครอบครัวเลย มาพักที่นี่สักคืนก่อนไปปาย และ แม่ฮ่องสอน ไว้มีเงินจะพามาให้ได้เลย อยากให้แม่ได้มาเห็นจริงๆเลย ย้อนกลับมาบน 1095 มุ่งหน้าไปปาย ถึงก็บ่ายแล้ว เลยแวะกินส้มตำไก่ย่างหน้าอำเภอ ที่เค้าว่าอร่อยกันหนักหนา และ สรุปได้ว่าอร่อยครับ หลังจากนั้นก็แวะไปบ้านตะวัน เพื่อแวะเยี่ยมพี่ภัทร เจ้าของบ้านตะวัน แต่ว่าพี่ภัทร ไม่อยู่ครับ ไปเชียงใหม่ เจอแต่น้องสาว เลยขึ้นไปไหว้พระที่วัดแม่เย็น และ ก็ไปวัดน้ำฮุ้ ก่อนที่จะมุ่งหน้ากลับสู่ตัวเมืองเชียงใหม่ ผมต้องเช่ารถเพิ่มอีกวันเนื่องจากไปส่งคืนไม่ทันเที่ยง โทรไปแจ้งเรียบร้อย ขากลับก็มุ่งหน้าตรงตลอด แต่มานึกได้ว่าอะไรหายไป โทรศัพท์เครื่องเล็กนั่นเองหายไป พยายามโทรเข้าไปก็ติดต่อไม่ได้ คิดว่าคงหายแน่แล้ว ซวยสิครับ เป็นของบริษัทด้วย ถ้าเป็นของส่วนตัวจะไม่คิดไรมากเลย แต่ในที่สุด มีหลวงพ่อรับครับ ท่านอยู่วัดน้ำฮุ้ เลยบอกว่าฝากหลวงพ่อไว้ก่อนครับ แล้วผมจะกลับไปเอา เพราะว่าถ้าให้กลับไปตอนนี้คงไม่ไหว เหนื่อยมาก และ ก็เย็นแล้วด้วย เป็นทางเลือกที่ไม่ดี แต่ผมก็เลือกไปแล้วล่ะ กลับมา เมื่อยมากเลยไปนวดครับ วันรุ่งขึ้นก็ขี่ไปเรื่อย รอบเมือง ไหว้พระครับ แล้วตกเย็นก็กลับกรุงเทพ ถึงกรุงเทพ สำรวจตรวจสอบ ได้ผลว่าลืมที่ชาร์จแบตกล้องไว้ครับ แต่ไม่รู้ว่าลืมไว้ที่ไหน นั่งนึกแล้วครั้งล่าสุดที่ชาร์จก็ที่ holiday inn รุ่งเช้าเลยโทรไปเช็คปรากฏว่ายังอยู่ครับ เลยให้เค้าช่วยเก็บไว้ให้

เห็นมั้ยว่าครั้งที่สองของปีนี้ผมมาเพื่ออะไร มาเพื่อเอาของที่ลืมไว้นั่นเอง แต่จริงๆแล้วผมก็อยากมาเที่ยวนั่นแหละ หลังจากได้รถแล้ว ผมก็ไปหาเพื่อนครับ กินข้าวเย็นกัน ขี่รถเล่นไปเรื่อย แล้วก็ไปกินนมแถวหลังมช.ครับ แล้วก็กลับมานอนครับ ฝนตกด้วยล่ะ ไม่ค่อยสนุกเท่าไหร่แล้วสิ แต่วันรึ่งขึ้น น้องอีกคนจะมาจากกรุงเทพครับ [to be continue]

0 Comments:

Post a Comment

<< Home